หลายคนได้ยินชื่อ PRP แล้วนึกถึง "การฉีดเลือดตัวเอง" ซึ่งฟังดูแปลก และมักตามมาด้วยคำถามว่าเลือดของเราเองจะช่วยอะไรได้
คำตอบไม่ได้อยู่ที่เลือดทั้งหมด แต่อยู่ที่สิ่งที่ปั่นแยกออกมาได้ — เกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet-Rich Plasma) ซึ่งมีความเข้มข้นสูงกว่าเกล็ดเลือดปกติ 3-8 เท่า และอุดมไปด้วยสารกลุ่มที่เรียกว่า Growth Factor
บทความนี้อธิบาย 3 เรื่อง คือ Growth Factor ใน PRP มีอะไรบ้างและทำหน้าที่อะไร PRP ถูกนำไปใช้ในสาขาทางการแพทย์ใดบ้าง และงานวิจัยที่อ้างอิงพูดถึงกลไกกับความปลอดภัยไว้อย่างไร
ส่วนเรื่องขั้นตอนการทำที่คลินิกและการประเมินรายบุคคล อ่านได้ที่หน้าบริการ PRP Therapy
PRP มีอะไรอยู่ข้างใน
สิ่งที่ทำให้เกล็ดเลือดเข้มข้นทำงานได้ ไม่ใช่ตัวเกล็ดเลือด แต่เป็น Growth Factor ที่อยู่ภายใน แต่ละตัวมีหน้าที่ต่างกัน
GROWTH FACTORS
ส่วนประกอบสำคัญใน PRP
Growth Factor เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เกล็ดเลือดเข้มข้นทำงานได้ ไม่ใช่ตัวเกล็ดเลือดเอง
อ่านตารางนี้อย่างไร
Growth Factor แต่ละตัวไม่ได้ทำงานแยกกัน แต่ทำงานร่วมกันเป็นชุด บางตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด บางตัวเกี่ยวกับการสร้างเซลล์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และบางตัวเกี่ยวกับคอลลาเจน
หมายเหตุ: ตารางนี้อธิบายกลไกทางชีววิทยา ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ ความเหมาะสมของการรักษาต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
PRP ถูกใช้ในทางการแพทย์อย่างไรบ้าง
เทคโนโลยี PRP ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายสาขาทางการแพทย์ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านความงามหรือด้านใดด้านหนึ่ง
MEDICAL APPLICATIONS
PRP ถูกใช้ในสาขาใดบ้าง
ข้อควรเข้าใจ
รายการข้างต้นคือภาพรวมของการใช้ PRP ในวงการแพทย์ ไม่ใช่รายการบริการของคลินิก BHWC ให้บริการ PRP เฉพาะบางสาขาในรายการนี้ หากสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษ ควรสอบถามก่อนว่าคลินิกดูแลเรื่องนั้นหรือไม่
งานวิจัยและความปลอดภัยบอกอะไรบ้าง
จุดที่ทำให้ PRP ต่างจากการฉีดสารจากภายนอก คือสารที่ใช้สกัดมาจากเลือดของผู้รับการรักษาเอง (Autologous) งานวิจัยที่อ้างอิงจึงพูดถึงทั้งกลไกและความปลอดภัยควบคู่กัน
RESEARCH & SAFETY
งานวิจัยและความปลอดภัย
ที่มา: Journal of Cellular Physiology, 2019
ที่มา: International Journal of Molecular Sciences, 2020
ที่มา: PubMed Central Review, 2021
ที่มา: Regenerative Medicine Review, 2022
อ่านงานวิจัยอย่างไรให้พอดี
งานวิจัยเหล่านี้อธิบายกลไกและผลในภาพรวมของกลุ่มที่ศึกษา ไม่ได้บอกว่าแต่ละคนจะได้ผลเท่ากัน สิ่งที่นำมาใช้ได้จริงคือการเข้าใจว่า PRP ทำงานอย่างไร แล้วให้แพทย์เป็นผู้ประเมินว่าเหมาะกับกรณีของเราหรือไม่
สิ่งที่บทความนี้ตอบแทนแพทย์ไม่ได้
บทความนี้ช่วยให้เข้าใจว่า PRP คืออะไรและทำงานอย่างไร แต่มีคำถามที่ต้องอาศัยการตรวจและประเมินจริงเท่านั้น
- กรณีของเราเหมาะกับ PRP หรือไม่
- ควรทำกี่ครั้ง ห่างกันเท่าไร
- มีโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่ ที่ต้องพิจารณาร่วมด้วยหรือเปล่า
- ควรทำร่วมกับแนวทางอื่นหรือไม่
คำถามเหล่านี้ตอบได้จากการพูดคุยกับแพทย์ ไม่ใช่จากบทความ







